โวลต์ = ความเร็วและแรง ไม่ใช่แค่ตัวเลข
ตัวเลข 6V, 12V, 24V บนรถเด็กบอกแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ ยิ่งโวลต์สูง รถเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นและมีแรงขึ้น เลือกโวลต์ให้ตรงกับช่วงอายุของลูกคือเรื่องสำคัญกว่าราคาหรือแบรนด์
ความเร็วสูงสุด 2–3 กม./ชม. รับน้ำหนักได้ประมาณ 25 กก. เหมาะกับเด็กที่เพิ่งหัดขับและยังต้องการผู้ปกครองดูแลใกล้ชิด ถ้าซื้อ 12V ให้เด็กวัยนี้ รถจะเร็วเกินไปจนหยุดไม่ทัน
ความเร็วสูงสุด 3–6 กม./ชม. รับน้ำหนักได้ประมาณ 50 กก. รุ่นยอดนิยมที่สุดในตลาด มักมาพร้อมรีโมทคอนโทรลสำหรับผู้ปกครอง เหมาะกับเด็กที่เริ่มเข้าใจทิศทางและสามารถเบรกเองได้บ้าง
ความเร็วสูงสุด 6–10 กม./ชม. รับน้ำหนักได้ประมาณ 60–70 กก. เหมาะกับเด็กโตที่ควบคุมรถได้ดีแล้ว ไม่ควรให้เด็กเล็กใช้เด็ดขาด เพราะความเร็วระดับนี้ หากชนกำแพงหรือตกขอบอาจบาดเจ็บสาหัสได้
สิ่งที่ต้องดูนอกจากโวลต์
- ✓ รีโมทคอนโทรล — จำเป็นมากสำหรับเด็กต่ำกว่า 4 ปี ผู้ปกครองสามารถหยุดรถได้ทันทีเมื่อลูกขับไปในทิศทางอันตราย
- ✓ ระบบเบรก — ควรมีเบรกอัตโนมัติเมื่อปล่อยคันเร่ง ไม่ใช่แค่ค่อย ๆ ช้าลงเอง
- ✓ เข็มขัดนิรภัย — บังคับสำหรับเด็กเล็ก โดยเฉพาะรุ่น 12V ขึ้นไป
- ✓ วัสดุและขอบ — ต้องไม่มีขอบคมที่บาดเด็กได้ รถลิขสิทธิ์แท้มักผ่านมาตรฐาน CE หรือ ASTM
ลิขสิทธิ์แท้ vs ก็อปปี้ — ต่างกันตรงไหน?
รถลิขสิทธิ์ BMW, Mercedes, Lamborghini ผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัย ใช้วัสดุปลอดสารพิษ และมีระบบนิรภัยที่ได้รับการตรวจสอบจริง รถก็อปปี้อาจใช้พลาสติกที่มีสารตะกั่ว มีขอบที่อาจบาดเด็ก และระบบเบรกที่ไม่ได้มาตรฐาน — ราคาต่างกันหลักร้อย แต่ความเสี่ยงต่างกันมาก